Recruitment Agency กับ Headhunter ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบริษัทคุณ

recruitment agency กับ headhunter ต่างกันอย่างไร Professional One

เมื่อองค์กรของคุณกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ต้องการขยายทีมงานอย่างเร่งด่วน หรือฝ่าย HR ไม่มีเวลาเพียงพอในการคัดกรองเรซูเม่จำนวนมากด้วยตนเอง การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกจึงเป็นทางออกที่ช่วยประหยัดทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และทรัพยากรภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยบริการสรรหาพนักงานที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ บริการ Recruitment Agency และ Headhunter อย่างไรก็ตาม บริการทั้งสองรูปแบบนี้มักถูกนำมาใช้สลับกันอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ฝ่ายบริหารและผู้ดูแลฝ่ายบุคคลหลายบริษัทเกิดความสับสนว่า บริการทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้บริการแบบใดจึงจะคุ้มค่ากับงบประมาณ พร้อมทั้งให้ผลลัพธ์ที่ตรงกับเป้าหมายขององค์กรมากที่สุด

บทความนี้จะพามาเจาะลึกทุกมิติความแตกต่าง ตั้งแต่วิธีการทำงาน ระดับตำแหน่งงาน โครงสร้างค่าบริการ พร้อมตารางเปรียบเทียบและเช็กลิสต์การตัดสินใจ เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณเลือกผู้ช่วยสรรหาบุคลากรได้อย่างแม่นยำและตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด

สรุปความต่างใน 1 นาที Recruitment Agency VS Headhunter

  • Recruitment Agency บริษัทสรรหาบุคลากร: เน้นการสรรหาพนักงานครอบคลุมหลายระดับ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ (Operational) เจ้าหน้าที่ชำนาญการ (Officer/Specialist) ไปจนถึงระดับผู้จัดการ (Manager) โดยอาศัยฐานข้อมูลผู้สมัครขนาดใหญ่ (Talent Pool) และการลงประกาศงาน
  • Headhunter นักล่าตัวผู้บริหาร: เน้นการค้นหาและเจาะจงล่าตัวบุคลากรระดับบริหารสูง (Executive Level) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่หาตัวจับยาก (Niche Specialists) โดยใช้วิธีการติดต่อโดยตรง (Direct Approach) ไปยังกลุ่มคนที่ไม่ได้กำลังเปิดรับหางาน

3 วิธีเช็กลิสต์: องค์กรของคุณควรเลือกใช้บริการแบบไหน?

1. เลือกใช้ Recruitment Agency เมื่อ…

  • ต้องการหาพนักงานจำนวนมากหรือขยายทีมเร็ว: เช่น การเปิดสาขาใหม่ การขยายทีม Marketing, Sales, Admin หรือ IT Support
  • ต้องการควบคุมงบประมาณค่าบริการ: ชำระค่าธรรมเนียมตามความสำเร็จหลังจากได้พนักงานเข้าทำงานจริงเท่านั้น
  • เน้นความรวดเร็วในการได้คน: เอเยนซีมีฐานข้อมูลผู้สมัครพร้อมนัดสัมภาษณ์ทันที

2. เลือกใช้ Headhunter เมื่อ…

  • ต้องการตำแหน่งระดับผู้บริหารสูง (Executive): เช่น CEO, CFO, CTO ที่กุมทิศทางและกลยุทธ์สำคัญขององค์กร
  • มองหาตำแหน่งที่มีความลับสูง (Confidential Role): ไม่ต้องการให้คู่แข่งหรือคนในองค์กรทราบว่ากำลังเปิดรับสมัครตำแหน่งนี้
  • ต้องการคนที่มีความชำนาญเฉพาะทางขั้นสูง: บุคลากรที่มีคุณสมบัติหายากมากในท้องตลาด และต้องดึงตัวมาจากบริษัทคู่แข่งโดยตรง

ขั้นตอนการทำงานเบื้องต้นของบริการสรรหาบุคลากร

ไม่ว่าองค์กรจะเลือกใช้บริการรูปแบบใด กระบวนการทำงานหลักจะมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

  1. ทำความเข้าใจความต้องการ : พูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับ Job Description, คุณสมบัติที่จำเป็น, โครงสร้างเงินเดือน และวัฒนธรรมองค์กร
  2. ค้นหาและคัดกรองผู้สมัคร : ดำเนินการคัดเลือกเรซูเม่และสัมภาษณ์รอบแรกโดยผู้เชี่ยวชาญ
  3. ส่งรายชื่อผู้สมัคร : นำเสนอรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงตามโจทย์ให้องค์กรพิจารณา
  4. นัดหมายสัมภาษณ์และส่งมอบงาน : ประสานงานนัดสัมภาษณ์ จนถึงขั้นการเซ็นสัญญาและเริ่มงานจริง

สรุปและคำแนะนำในการเลือกใช้บริการ

ทั้ง 2 แบบ ต่างเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร แต่ละรูปแบบมีจุดเด่นและวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกผู้ช่วยสรรหาบุคลากรที่ถูกต้องจึงขึ้นอยู่กับ ระดับตำแหน่งงาน, ความเร่งด่วน, และ งบประมาณ ขององค์กรคุณ

สำหรับองค์กรที่ต้องการโซลูชันการสรรหาพนักงานที่ยืดหยุ่น ครอบคลุมตั้งแต่สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Outsourcing / Recruitment) ไปจนถึงตำแหน่งงานทั่วไป การเลือกใช้บริการจากบริษัทสรรหาบุคลากรชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จะช่วยเซฟทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และได้คนที่ตรงกับวัฒนธรรมองค์กรมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าบริการรต่างกันมากไหม?

ต่างกันพอสมควร โดยบริการ Recruitment คิดอัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 15% – 25% จากรายได้รวมต่อปี (Annual Package) ของพนักงาน ขณะที่ Headhunter จะคิดอัตราสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 20% – 30% หรือมากกว่านั้นเนื่องจากความยากในการล่าตัวกลุ่ม Passive Candidates

โครงสร้างการชำระเงิน (Payment Structure) ของทั้งสองรูปแบบต่างกันอย่างไร?

Recruitment ส่วนใหญ่คิดค่าบริการแบบ Success Fee จ่ายเมื่อได้พนักงานเริ่มงานจริงเท่านั้น ส่วน Headhunter มักมีค่าธรรมเนียมมัดจำล่วงหน้า (Retainer Fee) ประมาณ 30% ก่อนเริ่มงานเพื่อเป็นค่าดำเนินการ และชำระส่วนที่เหลือเมื่อสรรหาสำเร็จ

ระยะเวลาในการหาคนของแบบไหนใช้เวลานานกว่ากัน?

Headhunter ใช้เวลานานกว่า เฉลี่ยประมาณ 30 – 60 วัน เนื่องจากต้องใช้กระบวนการทาบทามและเจรจาจูงใจสูง ส่วน Recruitment จะรวดเร็วกว่า ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 7 – 21 วัน เนื่องจากมีฐานข้อมูลผู้สมัครพร้อมสัมภาษณ์ในระบบอยู่แล้ว

หากต้องการสรรหาตำแหน่ง IT หรือ Specialist ควรเลือกใช้บริการแบบไหน?

ขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่ง หากเป็นตำแหน่ง IT Specialist, Developer หรือ Engineer ระดับปฏิบัติการถึงผู้จัดการ การเลือกใช้บริการ Recruitment ที่มีความเชี่ยวชาญสายงาน IT โดยเฉพาะจะคุ้มค่าและรวดเร็วกว่า แต่หากเป็นระดับ CTO หรือ IT Director ระดับบริหารสูงสุด การเลือกใช้ Headhunter จะตอบโจทย์เรื่องความแม่นยำในการดึงตัวได้มากกว่า

ค่าบริการในการสรรหาพนักงานแต่ละตำแหน่งเหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันครับ อัตราค่าบริการจะแตกต่างกันไปตามระดับตำแหน่ง ความยากง่าย และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Specialization) เช่น ตำแหน่งระดับปฏิบัติการทั่วไปจะมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 15% ขณะที่ตำแหน่งเฉพาะทางที่ขาดแคลนในตลาด เช่น IT Specialist, Developer หรือระดับบริหารสูง อาจมีอัตราค่าบริการอยู่ที่ 18% – 25% ขึ้นไป

สนใจ HR Outsource? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ Professional One ได้ฟรีวันนี้

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ LINE: @Proonesales

Tel. 02 619 2161 กด 1