ถอดสูตรลับ Recruitment Agency หาพนักงาน “Talent” ที่ไม่อยู่ในตลาดงานได้อย่างไร?

การเลือกใช้ Recruitment Agency หาพนักงาน ระดับ “Talent” หรือคนเก่งที่มีทักษะความเชี่ยวชาญสูงเข้ามาขับเคลื่อนองค์กร เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของฝ่ายบริหารในปัจจุบัน เนื่องจากบุคลากรกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม Passive Candidates หรือคนที่กำลังทำงานอยู่อย่างมั่นคงในบริษัทอื่น ไม่ได้อัปเดตเรซูเม่ และไม่ได้เปิดรับสมัครงานตามเว็บไซต์หางานสาธารณะทั่วไป
คำถามคือ Recruitment Agency หาพนักงาน กลุ่มนี้ด้วยกลยุทธ์และเทคนิคอย่างไร? ในการค้นหา เจาะกลุ่ม และดึงดูดคนเก่งที่ “ไม่อยู่ในตลาดงาน” ให้ยอมย้ายมาร่วมงานกับองค์กรของคุณ บทความนี้จะมาถอดสูตรลับกระบวนการทำงานเชิงลึกให้ได้ทราบกัน
Passive Candidates คือใคร? ทำไมองค์กรถึงต้องการคนกลุ่มนี้
ผู้สมัครในตลาดแรงงานแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:
- Active Candidates (คิดเป็น ~30%): กลุ่มคนที่กำลังว่างงานหรือตั้งใจร่อนเรซูเม่เพื่อเปลี่ยนงาน เป็นกลุ่มที่พบได้ทั่วไปตามเว็บประกาศงาน
- Passive Candidates (คิดเป็น ~70%): กลุ่มคนเก่งที่มีผลงานดี เป็น Talent ขององค์กรเดิม ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องการหางาน แต่เปิดรับโอกาสใหม่ๆ หากได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจและตรงกับเป้าหมายอาชีพ
องค์กรยุคใหม่จึงต้องการคนกลุ่ม Passive Candidates เพราะพวกเขามีทักษะความเชี่ยวชาญที่พิสูจน์แล้ว มีศักยภาพพร้อมเริ่มงาน และสามารถเข้ามาสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) ให้กับธุรกิจได้ทันที
4 สูตรลับที่ Recruitment Agency ใช้ค้นหา Talent นอกตลาดงาน
1. การใช้วิธี Talent Mapping และ Headhunting เชิงลึก
บริษัทสรรหาบุคลากรชั้นนำไม่ได้นั่งรอใบสมัคร แต่ใช้วิธี Talent Mapping หรือการสร้างแผนผังโครงสร้างบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อระบุว่าใครคือ Talent ที่กุมตำแหน่งสำคัญอยู่ในแต่ละบริษัท จากนั้นทีมงานจะใช้นวัตกรรม Search Tools และเครือข่ายคอนเนกชันเชิงลึกในการติดต่อส่วนตัว (Direct Approach) ไปยังบุคคลนั้นโดยตรงอย่างเป็นมืออาชีพและมีความเป็นส่วนตัวสูง
2. การเข้าถึง Proprietary Talent Database (ฐานข้อมูลเฉพาะ)
เอเยนซีมืออาชีพมีการสะสมและอัปเดต Proprietary Database หรือฐานข้อมูลผู้สมัครเฉพาะของตนเองมาอย่างยาวนานหลายสิบปี ซึ่งรวมถึงประวัติของผู้สมัครระดับท็อปที่เคยติดต่อกันในอดีต เมื่อมีตำแหน่งงานใหม่เปิดขึ้น เอเยนซีจึงสามารถดึงข้อมูล Talent ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวในตลาดงานทั่วไปขึ้นมาพิจารณาได้ทันที
3. การใช้เทคนิค Executive Referral Network
การชวนคนเก่งย้ายงานที่มีประสิทธิภาพที่สุดมักเกิดจาก “คำแนะนำของคนในวงการ” (Word-of-Mouth) เอเยนซีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสายงาน เช่น IT, Finance หรือ Executive Level จะมีเครือข่ายคอนเนกชันกับผู้บริหารและคนในวงการอย่างแน่นแฟ้น ทำให้สามารถสอบถามและได้รับการแนะนำชื่อ Talent ตัวจริงที่กำลังมองหาความท้าทายใหม่ๆ ได้ง่ายกว่าการลงประกาศงานแบบสาธารณะ
4. การทำการตลาดสร้างแรงจูงใจ (Employer Branding & Value Pitching)
การทาบทามคนเก่งที่ไม่ได้อยากย้ายงาน ต้องใช้ศิลปะในการเจรจามากกว่าแค่เรื่องเงินเดือน เอเยนซีจะทำหน้าที่เป็น Brand Ambassador ให้กับองค์กรของคุณ โดยนำเสนอคุณค่าของงาน (Value Proposition) โอกาสในการเติบโต ผลกระทบของตำแหน่งงาน รวมถึงวัฒนธรรมองค์กร เพื่อโน้มน้าวและจุดประกายให้ Talent เกิดความสนใจอยากก้าวออกจาก Comfort Zone
ตารางเปรียบเทียบ การสรรหาเองทั่วไป VS Recruitment Agency
| ประเด็นเปรียบเทียบ | Active Candidates (สรรหาเองทั่วไป) | Passive Candidates (ผ่าน Recruitment Agency) |
| ช่องทางในการค้นหา | เว็บไซต์ประกาศงาน, โซเชียลมีเดียทั่วไป | ฐานข้อมูลเฉพาะ, การทาบทามตรง, เครือข่ายส่วนตัว |
| แรงจูงใจในการย้ายงาน | ต้องการหางานทำด่วน / ย้ายงานแน่ๆ | ต้องการความท้าทาย ผลตอบแทน หรือโอกาสเติบโตที่ดีกว่า |
| ระดับคุณภาพทักษะ | หลากหลาย ต้องใช้เวลาคัดกรองสูง | ผ่านการกรองทักษะและผลงานเด่นมาแล้ว (High Performers) |
| ศิลปะในการเจรจา | ผู้สมัครเป็นฝ่ายเข้าหาบริษัท | บริษัทต้องนำเสนอคุณค่าและโอกาสเพื่อจูงใจผู้สมัคร |
| อัตราการแข่งขัน | แข่งขันกับบริษัทอื่นที่ผู้สมัครยื่นเรซูเม่ | แข่งขันต่ำกว่า เนื่องจากเป็นการดีลตรงเฉพาะบุคคล |
สรุป: คว้าคนเก่งระดับ Talent ร่วมทีมด้วยผู้เชี่ยวชาญ
การได้มาซึ่งบุคลากรระดับ Talent ที่ไม่อยู่ในตลาดงาน ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นกระบวนการทำงานที่มีกลยุทธ์ ต้องอาศัยทั้งเครื่องมือ ฐานข้อมูล คอนเนกชัน และความชำนาญในการเจรจาจูงใจ การเลือกใช้บริการ Recruitment Service จากเอเยนซีชั้นนำ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้องค์กรของคุณก้าวล้ำคู่แข่ง และสามารถดึงดูดคนเก่งที่สุดเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โดยเฉลี่ยใช้เวลาใกล้เคียงกันสำหรับการส่ง Shortlist รอบแรก (ประมาณ 7–14 วัน) เนื่องจากเอเยนซีมีฐานข้อมูลเชิงลึกอยู่แล้ว แต่ขั้นตอนการสัมภาษณ์และเจรจาข้อเสนออาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากต้องให้เวลาผู้สมัครพิจารณาอย่างรอบคอบ
นอกจากเรื่องผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมแล้ว สิ่งสำคัญคือ โอกาสในการพัฒนาทักษะใหม่ๆ (Up-skilling), ความท้าทายของบทบาทหน้าที่, นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น (Hybrid/Remote) และวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการเติบโต
ไม่กระทบครับ เพราะเอเยนซีจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างเป็นความลับขั้นสูงสุด (Strict Confidentiality) โดยไม่เปิดเผยชื่อองค์กรของคุณในขั้นตอนแรก จนกว่าผู้สมัครจะผ่านการคัดกรองความสนใจเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
ควรเลือกใช้บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญสายงาน IT โดยเฉพาะ เนื่องจากคนสาย Tech ระดับท็อปส่วนใหญ่ไม่เปิดรับงานสาธารณะ เอเยนซีที่เข้าใจ Tech Stack และอยู่ใน Community สายเทคโนโลยีจะสามารถเข้าถึงและพูดคุยภาษาเดียวกันกับ Talent กลุ่มนี้ได้ดีที่สุด
Professional One ไม่ได้ประเมินเฉพาะ Hard Skills หรือความสามารถทางเทคนิคเท่านั้น แต่จะมีการประเมิน Soft Skills, สไตล์การทำงาน และ Cultural Fit เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สมัครจะสามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับทีมเดิมขององค์กรได้อย่างราบรื่น
สนใจ HR Outsource? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ Professional One ได้ฟรีวันนี้
ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ LINE: @ProonesalesTel. 02 619 2161 กด 1
