สรุปครบ! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เกณฑ์ใหม่ปี 2569 คืออะไร? ใครต้องจ่าย และอัปเดตล่าสุดชะลอเก็บ 6 เดือน

เรื่องการบริหารจัดการสวัสดิการพนักงานและข้อบังคับตามกฎหมายแรงงาน ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งฝ่ายบริหาร HR และพนักงานทุกคนต้องอัปเดตอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเกณฑ์ใหม่ของ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งเดิมกำหนดเริ่มหักเงินสะสมและสมทบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

บทความนี้จะสรุปทุกข้อควรรู้เกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เกณฑ์บังคับใช้ อัตราการหักเงิน และแนวทางการเตรียมความพร้อมขององค์กร

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเกณฑ์ใหม่ คืออะไร?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คือ กองทุนตามกฎหมายที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพื่อทำหน้าที่เป็น “ตาข่ายความปลอดภัยและหลักประกันทางเงิน” ให้แก่ลูกจ้างยามออกจากงาน เลิกจ้าง หรือเสียชีวิต โดยเงินทุนจะมาจาก เงินสะสมของลูกจ้าง หักจากค่าจ้าง และ เงินสมทบจากนายจ้าง ร่วมกันจ่ายในอัตราเท่ากันเป็นรายเดือน

ความแตกต่างระหว่าง “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” กับกองทุนอื่น

  • ต่างจากประกันสังคม: ประกันสังคมดูแลเรื่องการรักษาพยาบาล คลอดบุตร ทุพพลภาพ และชดเชยการว่างงานทั่วไป
  • ต่างจากเงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมาย: เงินชดเชยเลิกจ้างคือนายจ้างจ่ายก้อนเดียวเมื่อเลิกจ้างตามอายุงาน แต่นี่คือการสะสมเงินรายเดือนไว้เป็นหลักประกัน
  • ต่างจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD): PVD เป็นกองทุนสมัครใจที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงจัดตั้งกันเอง แต่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นกฎหมายบังคับสำหรับสถานประกอบการที่ “ไม่มี PVD”

กิจการแบบไหนที่เข้าข่ายต้องจัดส่งเงินกองทุน?

กฎหมายกำหนดเงื่อนไขสถานประกอบกิจการที่เข้าข่ายต้องหักเงินสะสมและสมทบ ดังนี้

  1. เป็นสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
  2. เป็นกิจการที่ “ยังไม่ได้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)” หรือไม่มีสวัสดิการสงเคราะห์อื่นตามที่กฎหมายกำหนด

อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ (จ่ายเท่าไหร่?)

เมื่อถึงกำหนดบังคับใช้ นายจ้างจะต้องหักเงินสะสมจากค่าจ้างของลูกจ้าง และนายจ้างจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมในอัตราเท่ากันทุกเดือน โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้

ช่วงระยะเวลาอัตราเงินสะสม (ลูกจ้าง)อัตราเงินสมทบ (นายจ้าง)รวมนำส่งกองทุน
ระยะที่ 1 (ปีที่ 1 – 5)0.25% ของค่าจ้าง0.25% ของค่าจ้าง0.50% ของค่าจ้าง
ระยะที่ 2 (ปีที่ 6 เป็นต้นไป)0.50% ของค่าจ้าง0.50% ของค่าจ้าง1.00% ของค่าจ้าง

อัปเดตสถานะล่าสุด รัฐบาลประกาศชะลอการจัดเก็บ 6 เดือน

เดิมทีกฎหมายกำหนดเริ่มหักเงินสะสมและนำส่งเงินสมทบงวดแรกในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่เนื่องจากผลกระทบจาก สถานการณ์อุทกภัยและน้ำท่วม ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ กระทรวงแรงงานจึงได้ประกาศ ชะลอการจัดเก็บเงินสมทบออกไปอีก 6 เดือน เพื่อลดภาระทางการเงินของนายจ้าง ผู้ประกอบการ และประชาชนผู้ใช้แรงงานในช่วงฟื้นฟูวิกฤต

ข้อแนะนำสำหรับองค์กร ให้ฝ่าย HR และฝ่ายบัญชีติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมระบบ Payroll และเอกสารหักนำส่งให้พร้อมเมื่อครบกำหนดระยะเวลาชะลอการบังคับใช้

ข้อคิดสำหรับฝ่ายบริหารและ HR ในการเตรียมความพร้อม

การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายแรงงานและสวัสดิการพนักงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ องค์กรยุคใหม่จึงต้องวางระบบการบริหารบุคคลหลังบ้านให้มีความยืดหยุ่นและถูกต้องตามกฎหมาย 100%:

  • ปรับปรุงระบบคำนวณเงินเดือน (Payroll): ต้องเตรียมตั้งค่าโปรแกรมคำนวณเงินเดือนรองรับการหักเงินสะสม 0.25% และการจ่ายสมทบของฝั่งนายจ้าง
  • การชี้แจงและสื่อสารกับพนักงาน: HR ต้องทำความเข้าใจและชี้แจงให้ลูกจ้างทราบถึงวัตถุประสงค์ของการหักเงินสะสม 0.25% ว่าเป็นการเก็บออมเพื่อเป็นหลักประกันของตนเองยามออกจากงานหรือเสียชีวิต
  • การเลือกใช้บริการ Outsource พนักงาน: สำหรับองค์กรที่ไม่อยากปวดหัวกับการติดตามกฎหมายแรงงานที่ปรับเปลี่ยนบ่อย หรือกังวลเรื่องความซับซ้อนในการทำ Payroll และการนำส่งเงินกองทุน การเลือกใช้บริการ Outsource พนักงาน จากผู้เชี่ยวชาญอย่าง โปรเฟสชันแนลวัน (Professional One) จะช่วยดูแลเรื่องสัญญาจ้าง ระบบเงินเดือน สวัสดิการ และการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้อย่างถูกต้อง 100% ครบจบในที่เดียว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หากบริษัทมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อยู่แล้ว ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?

ไม่ต้องครับ หากสถานประกอบการมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือมีสวัสดิการสงเคราะห์อื่นตามเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนดอยู่แล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

สรุปแล้วกำหนดการเริ่มหักเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง จะเริ่มเมื่อไหร่?

ดิมกำหนดเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่ปัจจุบันกระทรวงแรงงานประกาศชะลอการจัดเก็บออกไป 6 เดือนเนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย แนะนำให้ติดตามประกาศกำหนดวันบังคับใช้ใหม่อย่างเป็นทางการจากกระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิด

หากนายจ้างไม่หักและไม่นำส่งเงินสะสม/เงินสมทบตามกำหนด จะมีความผิดอย่างไร?

นายจ้างมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องหักและนำส่งเงิน หากไม่นำส่งภายในกำหนดจะต้องจ่ายเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ยปรับ) ตามอัตราที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด

สนใจ HR Outsource? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ Professional One ได้ฟรีวันนี้

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ LINE: @Proonesales

Tel. 02 619 2161 กด 1