วิธีคำนวณ เงินสะสม-เงินสมทบ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พร้อมตัวอย่างและข้อควรระวังสำหรับ HR

การเตรียมความพร้อมรับมือกับข้อบังคับตามกฎหมายแรงงาน ถือเป็นภาระหน้าที่สำคัญของฝ่ายบริหารและ HR โดยเฉพาะเรื่อง อัตราเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และยังไม่ได้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) จะต้องเริ่มหักเงินสะสมจากลูกจ้าง และจ่ายเงินสมทบจากฝั่งนายจ้างเข้ากองทุนเป็นรายเดือน

บทความนี้จะเจาะลึกโครงสร้างอัตราเงินสะสมและเงินสมทบ สูตรการคำนวณ Payroll ตัวอย่างการหักเงินจริง พร้อมข้อควรระวังสำคัญทางกฎหมายที่องค์กรไม่ควรมองข้าม

โครงสร้างอัตราเงินสะสมและเงินสมทบ (จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?)

กฎหมายกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่หัก “เงินสะสม” จากค่าจ้างของลูกจ้าง และนายจ้างต้องจ่าย “เงินสมทบ” เพิ่มเติมในอัตราที่เท่ากันเป็นรายเดือน โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลักดังนี้

ช่วงระยะเวลาอัตราเงินสะสม (ลูกจ้าง)อัตราเงินสมทบ (นายจ้าง)รวมนำส่งกองทุน
ระยะที่ 1 (ปีที่ 1 – 5)0.25% ของค่าจ้าง0.25% ของค่าจ้าง0.50% ของค่าจ้าง
ระยะที่ 2 (ปีที่ 6 เป็นต้นไป)0.50% ของค่าจ้าง0.50% ของค่าจ้าง1.00% ของค่าจ้าง

ตารางตัวอย่างการคำนวณรายบุคคล (ระยะที่ 1: อัตราฝ่ายละ 0.25%)

ชื่อพนักงานค่าจ้างประจำ (บาท)เงินสะสมลูกจ้าง 0.25% (บาท)เงินสมทบนายจ้าง 0.25% (บาท)รวมเงินนำส่งเข้ากองทุน (บาท)
พนักงาน A15,00037.5037.5075.00
พนักงาน B20,00050.0050.00100.00
พนักงาน C35,00087.5087.50175.00
พนักงาน D50,000125.00125.00250.00

5 ข้อควรระวังสำคัญสำหรับ HR และฝ่ายบัญชี

การบริหารจัดการเรื่องเงินสะสมและเงินสมทบ มีประเด็นทางกฎหมายและเทคนิคการทำ Payroll ที่ต้องระมัดระวังดังนี้

ข้อควรระวังรายละเอียดที่ต้องระมัดระวัง
1. กำหนดส่งเงินต้องนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากล่าช้าจะมีเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ยปรับ) ตามกฎหมาย
2. ฐานค่าจ้างคิดเฉพาะค่าจ้างประจำวัน/เดือน ห้ามนำ OT เบี้ยขยัน หรือค่าคอมมิชชันมารวมคำนวณ
3. ห้ามหักย้อนหลังต้องหัก ณ วันจ่ายค่าจ้างปกติ หากลืมหัก ห้ามไปหักเพิ่มในเดือนถัดไป (นายจ้างต้องรับผิดชอบเอง)
4. พนักงานทดลองงานพนักงาน Probation ถือเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันแรก ต้องถูกหักเงินสะสมและได้รับสมทบด้วย
5. การยกเว้นหากบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อยู่แล้ว จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำส่งกองทุนนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หากพนักงานทดลองงาน (Probation) จะต้องถูกหักเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?

ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน พนักงานทดลองงานถือเป็น “ลูกจ้าง” ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน ดังนั้นหากองค์กรเข้าข่ายต้องส่งเงินกองทุน พนักงานทดลองงานจะต้องถูกหักเงินสะสมและได้รับเงินสมทบด้วยเช่นกัน

เงินสะสมและเงินสมทบที่นำส่งไป สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?

เงินสะสมของฝั่งลูกจ้างสามารถนำไปใช้เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กฎหมายสรรพากร กำหนด ส่วนเงินสมทบของฝั่งนายจ้างสามารถบันทึกเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทได้

องค์กรสามารถเลือกจ่ายเงินสมทบในอัตราที่สูงกว่า 0.25% ได้หรือไม่?

อัตรา 0.25% (ในระยะที่ 1) คืออัตราขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด หากองค์กรต้องการให้สวัสดิการแก่พนักงานเพิ่มเติม สามารถพิจารณาจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพื่อกำหนดสัดส่วนการสมทบที่ยืดหยุ่นกว่าได้

สนใจ HR Outsource? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ Professional One ได้ฟรีวันนี้

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ LINE: @Proonesales

Tel. 02 619 2161 กด 1