EN  |  TH

ภาษากายที่ใช้ในออฟฟิศ แล้วงาน work

0

การทำงานในที่ทำงาน ทำงานออฟฟิศจำเป็นจะต้องมีเคล็ดลับการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการสื่อสารที่เข้าใจกันให้มากที่สุด เพื่อการทำงานที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การสื่อสารด้วยคำพูดนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เข้าใจได้ง่าย แต่การสื่อสารด้วยภาษากายเข้าใจได้ง่ายนั้นจะต้องมีอะไรกันบ้าง แล้วการแสดงท่าทางออกไปนั้นหมายถึงอะไรเคล็ดลับการทำงานตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่หัวหน้างานหรือเจ้านายจำเป็นต้องรู้ไว้สักหน่อย

ถ้าคุณสังเกตอาการเหล่านี้ของเพื่อนที่ร่วมงานคุณจะเข้าใจได้ง่ายว่า เขาเหล่านั้นหมายความว่าอย่างไรคุณสามารถนำเคล็ดลับการทำงานแบบนี้มาใช้ได้

1.การนั่งพิงหลัง

เคล็ดลับการทำงานสำหรับคนที่ทำงานหนักและคิดอะไรไม่ออก ก็จะใช้วิธีนั่งพิงหลังในขณะที่ทำงานนั้นหมายความว่าเขากำลังเบื่อกับการทำงานหรือเหนื่อยล้าจากการทำงานขณะนี้เป็นเวลาที่ดีเข้าไปพูดผ่อนคลายในเรื่องต่าง ๆ หรือปรึกษางานที่เขาทำอยู่เพราะบางครั้งนั้นอาจจะหมายถึงเขากำลังคิดงานไม่ออกได้ ถ้าคุณเป็นเจ้านายหรือหัวหน้างานควรเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วยการชวนคุยหรือถามว่างานเป็นอย่างไรบ้าง แล้วคุณก็จะได้คำตอบที่ดีและความรักจากพนักงานด้วย

2.ก้มหน้าทั้งวันไม่ชอบเงยหน้า

แบบนี้ถือว่าไม่มีเคล็ดลับการทำงานและอาจจะส่งผลเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยที่ดีนักเจอเพื่อนรวมงานแบบนี้คุณพยายามไปยุ่งมากนัก และสำหรับเจ้านายถ้าเจอพนักงานแบบนี้คุณสั่งงานให้เขาได้ง่ายมาก ควรเป็นงานที่ทำคนเดียวได้และเป็นงานที่แบบทำโดยไม่ต้องมีเพื่อนร่วมงานอย่างงานพิมพ์เอกสารเป็นต้น แต่ลักษณะการแสดงออกด้วยกายแบบนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยน่าจะยากสักหน่อย งานสำคัญอาจจะพลาดได้

3.สายตาก็จำเป็น

การส่งสายตาก็อาจจะรวมในภาษากายได้บ้างในบางโอกาส เคล็ดลับการทำงานตรงนี้สำหรับทุกคนแล้วเป็นมาตั้งแต่กำเนิด การใช้สายตามองหาคนที่ต้องการ เป็นการบอกว่างานที่ทำนั้นมีปัญหาหรืองานอาจจะเสร็จแล้วต้องการคนมาตรวจงาน หรือขอความช่วยเหลือ หรือแม้แต่การแสดงความขอบคุณ ถือว่าเป็นการสร้างมิตรที่ดี

นอกเหนือจากนี้ก็มีส่วนอื่นที่เป็นเคล็ดลับการทำงานน่าสนใจเช่นกัน การนั่งก็บอกได้ หรือการเดินไปมาระหว่างโต๊ะทำงานก็บอกได้เช่นกัน การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในส่วนของภาษากายที่ไม่ควรทำในที่ทำงานก็มีเช่นกันอย่างเช่น การพยายามแสดงออกว่าไม่ชอบงานที่ทำทั้งที่เป็นหน้าที่ของตนเอง แบบนี้เรียกว่าไม่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแล้วแบบนี้คนที่ทำงานก็ไม่ปลื้มแถมคุณอาจจะโดนเจ้านายตำหนิได้ด้วย