6 สิ่งใน Resume ที่ผู้สมัครมักพลาดไป - Professional One
 EN |   TH

6 สิ่งใน Resume ที่ผู้สมัครมักพลาดไป

0

เราจะเขียน (Resume)ให้จูงใจคนอ่านและให้ได้งานได้อย่างไรและ( 6 สิ่งในเรซูเม่ที่ผู้สมัครมักพลาดไป) การเขียน Resume  คือ การเขียนให้สอดคล้องกับความต้องการของเขา หรือคนที่เราต้องการสื่อ โดยในขั้นตอนการสมัครงานส่วนใหญ่นั้น สิ่งแรกที่นายจ้างจะรู้จักเกี่ยวกับเราก็คือ “Resume” หรือ ใบผ่านงานของ Resume ที่ว่านี้ คือ เอกสารทางธุรกิจชนิดหนึ่งซึ่งจะมีข้อมูลพื้นฐานของเราปรากฏอยู่ อันได้แก่( ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน) ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างความประทับใจให้แก่นายจ้าง เวลาที่คุณสมัครงานแล้วไม่มีใครติดต่อกลับมา นั่นอาจเป็นเพราะเรซูเม่ของคุณยังไม่น่าประทับใจมากพอ ซึ่งอาจเกิดได้จากข้อผิดพลาดต่างๆ ดังนั้นจึงควรสำรวจตัวเองว่าการเขียนเรซูเม่ของคุณมีข้อผิดพลาดดังต่อไปนี้หรือไม่

เอกสารสมัครงาน

1. เขียนหรือสะกดคำผิด  ในการเขียนเรซูเม่นั้น ไม่ควรปล่อยให้มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเขียนผิดไวยากรณ์หรือการสะกดคำผิด เพราะเมื่อนายจ้างอ่านไปเจอคำผิด เขาจะสรุปว่าคุณ “เขียนไม่เป็น” หรือไม่คุณก็เป็นคนที่ “ไม่เอาใจใส่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสมัครงาน คุณมีเวลาเต็มที่ในการสร้างสรรค์เรซูเม่ให้สมบูรณ์แบบและน่าสนใจที่สุด เพราะคุณไม่ได้กำลังนั่งทำข้อสอบที่จำกัดเวลาในการทำ เรซูเม่ของคุณจะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความประทับใจให้แก่นายจ้าง ดังนั้นคุณจำเป็นต้องตรวจทานอย่างรอบคอบก่อนจะส่งเรซูเม่ออกไป

 

2. ขาดความเฉพาะเจาะจง  นายจ้างต้องการทราบว่า คุณจะสามารถทำอะไรให้องค์กรได้บ้าง ดังนั้นในการแนะนำตัวของคุณ ต้องระบุประสบการณ์ที่มีประโยชน์ต่อองค์กรด้วย การระบุรายละเอียดลงไปให้ชัดเจน แสดงว่าคุณเข้าใจในงานที่คุณสมัคร ซึ่งจะทำให้คุณมีความโดดเด่นแตกต่างจากคนที่เขียนแบบกลางๆ เช่น นาย A ระบุว่าเคยทำงานกับลูกจ้างในบริษัทเกี่ยวกับIT ส่วนนาย B ระบุว่าเคยทำหน้าที่สรรหา ว่าจ้าง ฝึกอบรม และดูแลลูกจ้างกว่า 20 คน ในภัตตาคารที่ทำรายได้กว่า 20 ล้านบาทต่อปี  ซึ่งเห็นแล้วนะคะว่าจากตัวอย่างข้างต้น เรซูเม่ของนาย A หรือนาย B ที่จะจับความสนใจของนายจ้างได้ดีกว่ากัน

Career Objective เป้าหมายทางอาชีพ

3. เขียนครั้งเดียวแต่ส่งไปทุกที่ เมื่อไรก็ตามที่คุณเขียนเรซูเม่แบบเขียนครั้งเดียวแล้วส่งไปทุกที่ เมื่อนั้นรู้ได้เลยว่า Resume ของคุณจะต้องลงไปนอนกองในถังขยะรวมกับเรซูเม่อีกจำนวนมากที่เขียนแบบเดียวกับคุณ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ Resume ที่เขียนครั้งเดียวจะเหมาะกับทุกองค์กร นายจ้างต้องการ Resume ที่ผู้เขียนตั้งใจที่จะสมัครงานกับองค์กรของเขาอย่างแท้จริง ซึ่งคุณต้องทำให้นายจ้างเห็นว่าคุณเหมาะกับตำแหน่งดังกล่าวอย่างไร และเพราะอะไร

 

4. เขียนยาวหรือสั้นเกินไป โดยทั่วไปแล้วความยาวของ Resume ไม่ควรเกิน 2 หน้า แต่ถ้าคุณเพิ่งเรียนจบ ประวัติในการสมัครงานของคุณอาจจะไม่ยาวนัก และสามารถอยู่ได้ภายใน 1 หน้า ก็ไม่ต้องพยายามทำให้ได้ 2 หน้า หรือหากคุณมีประสบการณ์มากมาย ก็ไม่จำเป็นต้องตัดส่วนที่สำคัญออกเพื่อให้ Resume ของคุณอยู่ได้ภายใน 1 หน้าตามมาตรฐานแต่อย่างใด

ตำแหน่งงาน

5. ตั้งเป้าหมายเพื่อตัวเอง บ่อยครั้งที่นายจ้างอ่านวัตถุประสงค์ใน Resume ของผู้สมัครงานแล้วพบข้อความ เช่น คุณต้องการงานที่ท้าทายและมีความเจริญก้าวหน้า ซึ่งนายจ้างจะรู้สึกว่าคุณไม่ได้มีเป้าหมายที่จะทำให้องค์กรของเขาก้าวหน้า แต่คุณต้องการเพียงให้ตัวคุณมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จะดีกว่าถ้าคุณระบุเป้าหมายให้ตอบโจทย์ความต้องการทั้งขององค์กรและของตัวคุณเอง เช่น คุณต้องการงานที่ท้าทายสำหรับนักศึกษาจบใหม่ ที่จะทำให้คุณได้ใช้ทักษะและประสบการณ์ในการระดมทุนให้แก่องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร

เขียนresume ภาษาอังกฤษ3

6. หน้าตาไม่น่าอ่านถ้า Resume ของคุณมีแต่ข้อความแน่นเต็มไปหมด ดูแล้วตาลาย อ่านแล้วปวดหัวก็จะไม่มีใครอยากอ่านแม้ว่าประวัติการทำงานของคุณจะน่าสนใจแค่ไหน ดังนั้นก่อนจะส่งออกไป ควรเอาไปให้พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูงลองอ่านดูก่อน เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ถูกทิ้งไป เพราะหน้าตาไม่น่าอ่านเพื่อให้เรซูเม่ของคุณสมบูรณ์แบบและน่าประทับใจที่สุด พึงระวังข้อผิดพลาดที่กล่าวมานี้ จะได้ไม่เสียโอกาสในการได้งานดีๆ ที่คุณใฝ่ฝัน