6 ข้อคิดก่อนสมัครงานสำหรับเด็กจบใหม่ - Professional One
 EN |   TH

6 ข้อคิดก่อนสมัครงานสำหรับเด็กจบใหม่

0

โดย Miss Career

12 ตุลาคม 2555

เย้! ในที่สุดก็เรียนจบได้ปริญญาตรีซะที ต่อไปนี้ไม่ต้องใส่เครื่องแบบนักศึกษา ไว้ผมทรงไหนก็ได้ไม่มีอาจารย์มาคอยจับผิด ตื่นกี่โมงก็ได้ไม่ต้องไปมหาวิทยาลัยแล้ว ไชโย้++ … ยินดีด้วยค่ะที่จบปริญญาตรีซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐาน ณ ปัจจุบันในสังคมไทยทีเดียว แต่คงเป็นอารามดีใจแค่ช่วงสั้นๆ เพราะน้องๆบัณฑิตใหม่คงรู้ว่าต้องเลือกทางเดินแล้วแหละว่าจะทำอะไรกับชีวิตหลังจบป.ตรี ทางเลือกประเภทใหญ่ๆก็คือ หางาน เรียนต่อ หรือช่วยที่บ้านค้าขาย บางคนขยันมากก็ทำงานควบเรียนต่อ (สุดยอดค่ะ) ครั้งนี้พี่ขอพูดถึงทางเลือกที่นักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่ทำกันก็คือการหางาน  คำถามด้านล่างเป็นคำถามที่น้องควรรู้ไว้เพือตอบตัวเองหรือเตรียมตัวให้พร้อมก่อนหางานให้ประสบความสำเร็จค่ะ

เราต้องการเป็นอะไร?
ถามง่ายแต่ตอบยาก ทุกครั้งที่มีโอกาศไปงานปัจฉิมนิเทศของมหาวิทยาลัย ถามคำถามนี้ไปก็จะได้เสียงตอบรับอย่างท่วมท้นเป็นความเงียบสนิทกลับมาค่ะ ^^ ถ้าเรายังไม่มีจุดมุ่งหมายเส้นทางที่เราเดินมันจะสะเปะสะปะค่ะ และเสียเวลา เปรียบง่ายๆเวลาเราไปช้อปปิ้ง ถ้าเรารู้ว่าเราต้องการรองเท้าไปเดินป่าเราก็จะมุ่งหาแต่ร้านที่แผนก หรือขายรองเท้าประเภทนี้เท่านั้น ถ้ารู้ยี่ห้อที่ต้องการก็ยิ่งเร็วเข้าไปใหญ่ ถ้าเรายังค้นหาตัวเองไม่พบ แนวทางที่แนะนำคืออย่างน้อยน้องควรจะรู้ว่าตัวเองมีบุคลิกภาพแบบไหนเพื่อที่จะหาลักษณะงานที่ตรงกับบุคลิกภาพของเรา อันนี้ก็จะทำให้การทำงานสนุกขึ้นมาได้ค่ะ เช่นเป็นคนที่ไม่ชอบนั่งทำงานนานๆอยู่กับที่ ชอบสอน ชอบที่จะนำเสนองานหน้าชั้นเรียนแต่เรียนเก่งด้าน IT ดังนั้นการหางาน IT ของน้องคนนี้อาจเป็นงานขาย หรืองานสอนด้าน IT ซึ่งลักษณะงานจะต้องการคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีค่ะ ลองค้นหา

 

 มีประสบการณ์การทำงานบ้างไหม?
“งานส่วนใหญ่ต้องการคนมีประสบการณ์อย่างน้อย 1 ปี เด็กจบใหม่ก็ไม่มีโอกาสสิพี่” อีกคำถามที่โดนถามมากๆ ใช่ค่ะนายจ้างส่วนมากหรือทั้งหมดแหละค่ะที่ต้องการลูกจ้างที่มีประสบการณ์ในการทำงานในด้านนั้นๆเพราะจะได้ไม่เสียเวลามาสอนงานกันใหม่อีก 4-6 เดือน โอกาสของน้องจบใหม่มีค่ะถ้าน้องมีประวัติการทำงานหรือกิจกรรมในระหว่างที่เรียน พี่ขอให้น้องลองระลึกชาติว่าช่วง 4 ปีที่เรียนอยู่เราฝึกงาน ร่วมสหกิจศึกษา ทำงานพาร์ทไทม์ที่ไหนบ้าง หรือการเป็นอาสาสมัครที่ไหนบ้า ลิสต์ออกมาให้หมดค่ะ ถ้าสิ่งที่เราได้ทำมาที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่เราสมัครก็เยี่ยมเลยค่ะ ส่วนกิจกรรมอื่นๆถึงไม่เกี่ยวแต่ก็จะเป็นสิ่งที่แสดงว่ามีทำงานร่วมกับคนอื่นได้มากน้อยแค่ไหน หรือเรามีความสนใจอะไรอย่างอื่นบ้างนอกจากวิชาที่เรียน แต่ถ้าน้องไม่ทำกิจกรรมอะไรเลยก็อาจต้องเริ่มเลยหละค่ะ เช่นเรียน IT มาอาจต้องเริ่มที่งานสัญญาจ้างสั้นๆหรือขอทำงานพาร์ทไทม์ซ่อมเครื่องประกอบคอมฯซึ่งเป็นพื้นฐานของสาย IT เลย บางคนที่เอาแต่เรียนแต่ไม่เคยทำจริงจับจริงต้องเริ่มแล้วค่ะ ทั้งนี้เพื่อให้ประวัติของเราเป็นที่น่าสนใจกับนายจ้างมากขึ้น

รู้จักลักษณะงานที่สมัครรึเปล่า?

หลายๆคนที่มาสัมภาษณ์งานบอกว่าสนใจตำแหน่งที่สมัคร แต่พอถามว่ารู้ไหมว่าตำแหน่งนี้ต้องทำอะไรบ้างก็อึ้งกันเป็นแถว คนสัมภาษณ์นึกอยู่ในใจละค่ะว่าแล้วบอกว่าสนใจได้อย่างไรกัน?ถ้าสนใจจริงก็ต้องตอบได้สิจ้ะหนู ^^ ข้อนี้เชือมโยงกับข้อแรกที่เราศึกษาลักษณะงานเพื่อเป็นเส้นทางที่เราจะก้าวไปสู่สิ่งที่เราต้องการเป็น(ถ้าค้นพบตัวเองแล้ว) หรือการหางานที่ตรงกับบุคลิกภาพของเรา เมื่อรู้ข้อแรกแล้วน้องสามารถตอบข้อนี้ได้อย่างมั่นใจค่ะ

 

 

เรามีใบประวัติ (Resume) ที่ดีหรือยัง?

น้องอาจเก่งจริงไรจริงแต่ถ้า resume น้องไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความสามารถของน้องได้ใบสมัครของน้องจะได้รับการจัดลำดับไปอยู่ด้านล่างๆแทนที่จะอยู่ใบแรกๆ ซึ่งหมายถึงโอกาสที่มากขึ้นด้วยค่ะ เริ่มค้นคว้าหาตัวอย่างหรือวิธีการเขียน Resume สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่ดีๆได้แล้วค่ะ

มีบุคคลอ้างอิงรึยัง?
การที่เรามีบุคคลอ้างอิงยืนยันความประพฤติ หรือประวัติที่เราลงไปใน Resume จะทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้เขียนประวัติปลอมกันเยอะ เลยทำให้นายจ้างหลายรายต้องตรวจสอบค่ะว่าใบปริญญาฯจริงรึเปล่า เคยทำฝึกงานจริงรึเปล่า? ดังนั้นถ้าน้องไปฝึกงานก็คุยกับหัวหน้าแผนกที่ไปฝึกนะคะว่าขอชื่อและเบอร์ติดต่อไว้สำหรับอ้างอิงใน Resume ได้ไหมคะ ถ้าน้องทำตัวดีก็มีแต่คนยินดีให้อ้างอิงค่ะ อีกบุคคลหนึ่งที่จะมักจะได้รับการขออ้างอิงคืออาจารย์ที่ดูแลเราค่ะ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะอาจารย์หรือใครก็ตามต้องได้รับอนุญาตก่อนนะคะ เดี๋ยวแทนที่ท่านเหล่านี่จะชมเชยก็จะกลายเป็นตรงกันข้ามไปซะ ^^

เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับโลกทำงานรึยัง?

โลกของการทำงานต่างกับโลกใบเล็กสมัยเป็นนักศึกษามากจ้ะน้อง เพราะกฏระเบียบในการอยู่ร่วมกัน วัฒนธรรมองค์กร คนที่เราร่วมทำงานด้วยมาจากพื้นเพที่หลากหลายและอายุที่ต่างกัน ยิ่งองค์กรใหญ่ความแตกต่างก็มีมากขึ้น ต้องปรับตัวกันพอสมควรค่ะ ดังนั้นการทำงานให้ประสบความสำเร็จการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีสำคัญพอๆกับการมีทักษะด้านงานที่ดีเลยดีเดียวค่ะ

อ่านมาถึงตอนนี้บางคนเริ่มมีอาการดีใจที่จะจบบวกเครียดที่จะเริ่มทำงาน ^^ เอาใจช่วยทุกคนค่ะ คนที่เริ่มเครียดๆแต่น้อยพอค่ะพอที่จะทำให้เรากระตือรือล้นในการค้นหาตัวเอง บุคลิกภาพ หางานพาร์ทไทม์ทำ เริ่มลงมือเขียน resume หรือเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมก็ไม่เลวเพราะใครที่ภาษาอังกฤษดีได้เปรียบในการสมัครงานแน่นอนจ้ะ โชคดีทุกคนค่ะ

Leave us a comment