6 เหตุผล ทำไมคุณต้อง เปลี่ยนงาน - Professional One
 EN |   TH

6 เหตุผล ทำไมคุณต้อง เปลี่ยนงาน

0

คำว่า “เปลี่ยนงาน” จริงๆแล้วสามารถเข้าใจได้ 2 ความหมาย คือ การเปลี่ยนที่ทำงาน และการเปลี่ยนลักษณะของงานที่ทำ แต่ส่วนใหญ่เมื่อพูดว่า “ เปลี่ยนงาน ใหม่แล้วนะ” มักหมายความว่า เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ ซะมากกว่า

โดยปกติแล้วช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเปลี่ยนงานคือระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี ซึ่งหลายท่านให้ความเห็นว่า ถ้านานกว่านี้อาจจะทำให้จะรู้สึกเบื่องาน และผลก็คือเมื่อทำงานอย่างไม่มีความสุข ผลของงานก็จะออกมาไม่ดีเช่นกัน ซึ่งหากมีการเปลี่ยนงานเร็วกว่านี้ก็ยังถือได้ว่ามีประสบการณ์ไม่มากพอที่จะนำไปใช้ต่อยอดในการทำงานที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้นได้

เรามาดูกันว่า 6 เหตุผล ทำไมคุณต้อง เปลี่ยนงาน นั้นมีอะไรกันบ้าง

1.เปลี่ยนงาน จากปัญหาเพื่อนร่วมงาน
มีผลสำรวจล่าสุดจากปี 2013 ว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของคนทำงานเกิดความเครียด และแทบไม่น่าเชื่อว่าสาเหตุหลักนั้นไม่ได้มาจากตัวเนื้องาน แต่มาจาก “เพื่อนร่วมงาน” มากกว่า การมีเพื่อนร่วมงานที่ดีนั้นถือว่าเป็นแรงจูงใจในการทำงานที่ดีอย่างหนึ่งเลยทีเดียว และเมื่อใดก็ตามที่คุณมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ทำให้งานไม่ราบรื่น และก็นับว่าเป็นการยากมากที่จะสร้างบรรยากาศดี ๆ ในการทำงานให้กลับคืนมา คุณอาจพบว่าไม่ง่ายเลยที่จะทำความเข้าใจกับเพื่อนร่วมงานของคุณ แต่ต้องยอมรับว่ามันเป็นบททดสอบบทหนึ่งในชีวิต เมื่อสามารถก้าวผ่านปัญหานั้นได้ คุณจะรู้สึกดีกับตัวเอง และรู้สึกปลอดโปร่งกับบรรยากาศการทำงานที่ดีขึ้น นอกจากนี้ หากคุณพบปัญหาในรูปแบบเดียวกันอีก คุณจะพบว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่คุณสามารถจัดการได้ง่ายมาก เพราะคุณเคยผ่านมันมาแล้ว

pen_writing-pad

2. เปลี่ยนงาน เพื่อความก้าวหน้า

ข้อมูลจากแผนก HR บอกว่า “คนในบริษัทที่จะโดดเด่นถึงขั้นเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นหาได้ไม่ง่าย ส่วนใหญ่จะหาคนเก่งๆ ก็มักจะต้องหามาจากการสมัครงานเข้ามาใหม่”  เช่นเดียวกับคนทำงาน 91 เปอร์เซ็นต์ทีเดียวที่เลือกเปลี่ยนงานเพื่อก้าวไปอีกขั้น โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่งในงานที่อาจจะถึงขั้นสูงสุดแล้วในที่เก่า  การเปลี่ยนงานในช่วงขาขึ้น ถ้าพูดถึงวัฏจักรของคนทำงานทั่วๆไปนั้น ในช่วงแรกๆไม่ควรเปลี่ยนงานบ่อย เพราะยังถือว่าอยู่ในช่วงของการเก็บเกี่ยวอายุงานและประสบการณ์ (หรือจะเรียกว่ากระดูกยังอ่อนอยู่)  และช่วงบั้นปลายของชีวิตการทำงานก็ไม่ควรเปลี่ยนงานบ่อย เพราะความเสี่ยงในชีวิตสูงขึ้น (อายุมากขึ้น เงินเดือนมากขึ้น ใครจะจ้างก็คิดมากหน่อย ) แต่ในช่วงกลางๆของชีวิตการทำงานนั้น จะเปลี่ยนงานบ่อยก็ไม่เป็นไร เพราะภาระในชีวิตยังไม่มาก มีแรงจูงใจในชีวิตมาก และช่วงกลางของชีวิตการทำงานนี้ เป็นช่วงที่องค์กรกำลังแย่งตัวกันอยู่มาก  และอีกหนึ่งทางคือต้องดูจากคนรุ่นเดียวกัน ถือเป็นดัชนีอีกตัวหนึ่งที่จะบอกเราว่าเมื่อไหร่เราควรจะคิดเปลี่ยนงานนั่นหมายถึงคือ ความก้าวหน้าของคนรุ่นเดียวกันกับเรา อาจจะดูว่าเพื่อนอายุรุ่นเดียวกัน เพื่อนที่จบมาด้วยกัน เพื่อนที่เคยทำงานด้วยกัน โดยส่วนใหญ่เขาไปถึงไหนกันแล้ว และถ้าปรากฏว่าเราอยู่ในกลุ่มล้าหลัง ก็น่าจะถึงเวลาของการเปลี่ยนงาน ของเราได้เหมือนกัน แต่ถ้าเราจัดอยู่ในกลุ่มก้าวหน้าอยู่แล้ว ก็อาจจะยังไม่ต้องคิดถึงการเปลี่ยนงานก็ได้ เพราะถ้าขืนอยู่ในกลุ่มที่ก้าวหน้าเร็วอยู่แล้ว แต่เพิ่มอัตราเร่งในการเปลี่ยนงานและตำแหน่งงานสูงขึ้นไปเรื่อยๆ อาจจะกลายเป็นนกปีกหักได้เพราะเร่งรีบที่จะบินให้สูงขึ้นไป สูงเกินไป เจอลมแรงมากกว่าความแข็งแรงของปีกที่เพิ่งหัดบิน จึงทำให้ปีกหักลง

3. เปลี่ยนงานเพื่อได้เงินเพิ่ม
นับว่าเป็นเรื่องพื้นฐานของพนักงานทั่วไปยามเปลี่ยนงาน ส่วนใหญ่ก็จะต้องหวังเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นจากเงินเดือนที่จะได้รับขึ้นอยู่แล้ว ใครจะต่อรองได้เท่าไรนั้น ก็ต้องขึ้นกับเงินเดือนและความสามารถของผู้สมัครเป็นสำคัญ

blogging-336375_1280

4. เปลี่ยนงาน เพื่อผลประโยชน์ที่ดีขึ้น
มีคนจำนวนมากทีเดียวที่พยายามมองหางานที่จะสามารถเพิ่มผลประโยชน์ที่แตกต่างและนอกเหนือจากเงินเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อแตกต่างของสวัสดิการต่างๆ เงินปันผล เงินสะสมที่ดูดีและงอกเงยขึ้นกว่าเก่า

5. เปลี่ยนงาน เพื่อได้เวลาส่วนตัวเพิ่ม
ไม่เพียงเฉพาะงานที่รัดตัวเท่านั้น แต่จากผลสำรวจสาเหตุการเปลี่ยนงานของปีที่ผ่านมา พบว่าหลายคนพยายามย้ายมาทำงานใกล้ๆ กับที่พักอาศัยกันมากขึ้น โดยอาจจะไม่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นมากมาย และงานที่ทำก็เป็นตำแหน่งเดิมๆ เสียด้วย แต่พวกเขาให้เหตุผลว่า เพื่อเวลาส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

how-to-react-when-top-workers-resign_290_447251_0_14081385_500

6.เปลี่ยนงาน เพื่อต่อยอดงาน

การเปลี่ยนงานเพื่อต่อยอดงานหมายถึง การเปลี่ยนงานเพื่อจะเหลือเวลาว่างให้มากขึ้น เช่น ปัจจุบันทำงานจันทร์ถึงเสาร์ วันหยุดแค่อาทิตย์ละ 1 วัน ไม่เพียงพอต่อการทำอาชีพเสริมที่คุณต้องการทำ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนงานหรือหางานใหม่ ที่ทำเฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เพื่อจะได้มีเวลาในวันหยุดเพิ่มเป็นต้น

 

ใครคิดจะเปลี่ยนงานลองพิจารณาดูปัจจัยต่างๆดังที่กล่าวมาว่าตอนนี้เรามีเหตุผลข้อไหนที่พอจะสนับสนุนความคิดในการเปลี่ยนงานได้บ้าง ถ้าเป็นไปได้ควรจะดูจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราเปลี่ยนงานในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมแล้วจริงๆ จะได้ไม่เสียใจและเสียดายในภายหลังค่ะ