EN  |  TH

ช่วงสิ้นปีใกล้รับโบนัสแล้วเปลี่ยนงานดีไหม?

0

 

                        “ช่วงสิ้นปีแล้วเปลี่ยนงานดีไหม?”

          “เปลี่ยนงานหลังรับโบนัสแล้วดีไหม?”

 

คำถามยอดฮิตช่วงใกล้สิ้นปีหรือช่วงรับโบนัสของคนทำงานกันเลยทีเดียวว่า “เปลี่ยนงานดีไหม?”  ข้อแนะนำสำหรับใช้เป็นเกณฑ์การตัดสินใจที่จะเปลี่ยนงานหรือไม่เปลี่ยนงานไม่ว่าจะช่วงสิ้นปีหลังโบนัสออกหรือเมื่อไหร่ที่ต้องการเปลี่ยนงานก็ตามดังนี้ค่ะ

 

1.   ชีวิตที่เปลี่ยนไป

มีหลายแง่มุมในชีวิตที่ตอนเราเริ่มงานต่างกับหลังจากทำงานไปแล้วไม่ว่าจะเป็นสถานะครอบครัว เศรษฐกิจ การย้ายบ้านที่มีผลต่อการไปทำงาน สุขภาพ ฯลฯ  ยกตัวอย่างเช่น ตอนเริ่มต้นทำงานยังเป็นโสดออกต่างจังหวัดได้สะดวก พอมาตอนนี้แต่งงานมีลูก การออกต่างจังหวัดอาจเริ่มไม่สะดวก   ถ้าปัจจัยชีวิตที่เปลี่ยนไปเป็นปัจจัยหลักคุยกับเจ้านายมาหลายรอบแล้วไม่มีทางลงให้ ถึงจะไม่อยากเปลี่ยนงานแต่ถ้าเงื่อนไขชีวิตที่เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้บางทีสิ้นปีก็อาจถึงเวลาเปลี่ยนงานแล้ว

เร็วๆนี้ก็ได้คุยกับผู้สมัครท่านนึงระดับซีเนียร์ที่ขอออกจากงานเพราะสุขภาพไม่อำนวยเป็นโรคออฟฟิสซินโดรมอย่างหนัก ปวดร้าวหลัง ไหล่ แขนไปหมด เพราะเวลาทำงานทุ่มเทมากและทำหน้าคอมพิวเตอร์ตลอดเวลาเธอเลยออกจากงานมาพัก พักๆไประยะหนึ่งกลับไปทำงานก็กลับมามีอาการเหมือนเดิม  Miss Career เลยคุยวางแผนอาชีพให้ผู้สมัครท่านนี้เปลี่ยนทำอาชีพอื่นที่ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเดิมมาเป็นฐานและเป็นสิ่งที่ต้องการทำด้วย คุยไปคุยมาหลายๆด้านจบลงที่การสอน เพราะการสอนก็เป็นสิ่งที่เธอชอบและเรื่องที่สอนเป็นเรื่องที่เธอมีความถนัดประสบการณ์เป็นสิบปีและการสอนเป็นคราวๆไปก็จะลดเวลาการนั่งหน้าจอลงไปด้วย แต่รายได้ก็ต้องคุยกันแล้วว่าไม่เดือดร้อนเพราะการสอนไม่ใช่งานประจำเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าเครียดเรื่องรายได้แทน

 

 

ตัดสินใจเปลี่ยนงาน

 

 2.   ตลาดงานในสายงานลดลง

เนื่องจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเร็วขึ้น งานบางชนิดจะหายไปเช่นการเป็นช่างซ่อมพิมพ์ดีด ที่นับวันพิมพ์ดีดจะเข้ามาแทนที่ด้วยคอมพิวเตอร์ ดังนั้นผู้ที่มีความชำนาญในด้านการซ่อมพิมพ์ดีดก็ต้องคิดเพิ่มทักษะตัวเองโดยหันไปซ่อมคอมพิวเตอร์และหาความชำนาญในด้านนั้นแทน หรือนักวางแผนโฆษณาแบบสมัยที่ยังมีสื่อไม่กี่ประเภทก็ต้องทราบว่าโอกาสงานน้อยลงถ้ายังไม่มีความรู้ด้านสื่อออนไลน์ที่นับวันจะเพิ่มความสำคัญมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการศึกษาเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนไปทำงานด้านอื่นที่มีโอกาสมากขึ้นก็เป็นเกณฑ์ที่ดีในการตัดสินใจเปลี่ยนงาน

 

 3.   รู้สึกเหนื่อยหน่ายในหน้าที่การงาน

ถ้าคุณเคยไปทำงานด้วยความสนุกกระตือรือร้น ภาวนาอยากให้วันหนึ่งมีมากกว่า 24 ชั่วโมงเพราะมีอะไรสนุกๆรออยู่ ตอนนอนยังเอางานไปทำในฝัน แต่อยู่มาวันหนึ่งความรู้สึกนี้หายไป ถ้าวิเคราะห์แล้วว่าไม่ใช่เป็นอารมณ์ชั่ววูบหรือความเบื่อชั่วคราว แบบนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องหางานหาอาชีพที่สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองแล้วล่ะค่ะ

 

ทำงานตามความฝัน

 

 4.   รู้สึกเครียดเกิน

คนทำงานก็ต้องเครียดเป็นบางครั้งบางคราว แต่ถ้าเครียดตลอดเครียดมากจนทำให้ล้าอยู่เป็นประจำ คงต้องมานั่งคิดจริงจังล่ะค่ะว่างานนี้อาชีพนี้มันใช่เรารึเปล่า?  เพราะถึงจะมีงานมากทำจนดึกทุกวันแต่ถ้าเราสนุกกับงานๆนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเครียดเลย ถ้าเครียดเพราะผู้ร่วมงานคงต้องปรึกษาหัวหน้าล่ะคะ

 

 5.   ไม่มีอะไรที่ท้าทายความสามารถอีกแล้ว

เคยถามผู้สมัครงานท่านหนึ่งว่าทำไมถึงสนใจงาน Project Management ที่เสนอไป เพราะเรซูเม่ตำแหน่งที่เธอทำอยู่ขณะนั้นก็เรียกได้ว่าตำแหน่งสูง เงินเดือนมาก ใกล้ชิดผู้บริหาร บริษัทก็มั่นคง ผู้สมัครบอกว่าก็เสียดายอยู่แต่ทำหน้าที่นี้มานานแล้วรู้หมดแล้วว่างานมีอะไรปัญหาอุปสรรคต่างๆแก้มาหมดแล้ว 8 ปี ขอท้าทายความสามารถตัวเองด้วยงานอาชีพสายใหม่ ถ้าทำงานเดิมก็จะไม่มีอะไรใหม่ๆให้ชีวิตเหมือนชีวิตไม่มีความหมายอยู่ไปวันๆ รายได้ไม่ต่ำกว่าเดิมมากนักก็ยินดีแต่งานใหม่ต้องท้าทาย

 

เปลี่ยนงานที่ท้าทายความสามารถ

 

 6.   ต้องการเงินเดือนหรือรายได้ที่มากขึ้น

หลายๆคนอาจคิดว่ารายได้เป็นปัจจัยต้นๆในการเลือกงาน แต่งานหรืออาชีพที่ให้เงินเดือนสูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คุณเกิดความพึงพอใจในงาน ดังนั้นปัจจัยเงินเดือนควรเป็นปัจจัยรองๆที่ในการพิจารณาเปลี่ยนงาน แต่ถ้าวิเคราะห์ทุกแง่ทุกมุมแล้วมีประเด็นเรื่องรายได้เพียงอย่างเดียวที่ติดขัดก็พิจารณารายได้ใหม่ให้ถี่ถ้วนก็แล้วกันค่ะ

 

สุดท้ายนี้ก็พิจารณาให้รอบคอบก่อนเปลี่ยนงานนะคะ โชคดีค่ะ