EN  |  TH

8 เคล็ดลับการบริหาร รับโบนัส ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

0

ในช่วงปลายปีของทุกปีถือเป็นช่วงเวลาทองของมนุษย์เงินเดือน ที่จะได้  รับโบนัส ก้อนใหญ่  แต่ทว่า จะมากหรือน้อยก็แตกต่างกันไป หลายคนทำงานมานาน ได้ รับโบนัส มาก็หลายครั้ง แต่กลับปล่อยให้เงินที่รับโบนัสมาหมดไปอย่างน่าใจหาย นั่นเป็นเพราะไม่รู้จักวิธีจัดการโบนัสให้เป็น วันนี้ผู้เขียนจึงขอนำเคล็ดลับดี ๆ เพื่อจัดการเงินโบนัสก้อนใหญ่ของคุณให้มีประสิทธิภาพมาฝากกัน ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ดู รับรองจะใช้เงินโบนัสได้คุ้มค่ามากขึ้นแน่นอนค่ะ

1. โปะหนี้ดอกเบี้ยสูง ถ้าตลอดทั้งปีคุณต้องเหนื่อยยากกับการหาเงินมาโปะกับเงินดอกเบี้ยที่มากกว่าเงินต้น ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรกดเงินสด หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือแม้แต่หนี้บัตรเครดิต ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณจะปลดเปลื้องภาระดอกเบี้ยเหล่านั้นด้วยการนำเงินโบนัสที่ได้มาไปโปะให้หนี้ลดน้อยลง เมื่อเงินต้นลดดอกเบี้ยก็ลดตามไปด้วย หรือถ้าใครปลอดภาระหนี้บัตรต่าง ๆ แล้ว ก็อาจจะนำเงินโบนัสที่ได้ไปโปะหนี้การผ่อนบ้าน เพื่อทำให้ค่างวดในแต่ละเดือนลดน้อยลงไป และจะทำให้คุณหมดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ถ้าทำตามนี้ได้ ปีหน้าฟ้าใหม่ก็จะได้ไม่ต้องมากังวลกับดอกเบี้ยหนี้ราคาสูงอีกต่อไปนะคะ

2. หาของขวัญให้ตัวเอง เพื่อตอบแทนความเหนื่อยยากมาทั้งปี โบนัสที่ได้มาอาจจะนำไปใช้เพื่อให้รางวัลชีวิตกับตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้คุณมีแรงทำงานในปีหน้ามากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราแนะนำว่าของขวัญที่จะมอบให้กับตัวคุณเองไม่ควรมีราคาแพงจนเกินไป เพราะจะทำให้ไม่มีไว้ออมเงิน ทางที่ดีควรเลือกของขวัญที่มีราคาเหมาะสม พอดิบพอดีกับเงินที่ได้รับโบนัสมาจะดีกว่า

3. เก็บเงินตั้งแต่ตอนนี้ เคล็ดลับไม่ได้ยากเย็นอะไรอยู่ที่ควบคุมความอยากของตนเอง โดยการทยอยซื้อของชิ้นใหญ่ อย่าซื้อทีเดียวติดกัน เช่น โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ ให้เว้นช่วงห่างกันเป็นเดือนๆ เพราะความอยากของคนเราไม่มีที่สิ้นสุด ที่สำคัญควรซื้อของที่มีโอกาสได้ใช้จริง

4. หาวิธีกำหนดมาตรการลดค่าใช้จ่ายของตัวเอง ที่สามารถทำได้ง่ายและเห็นผลจริง ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับบุคคลที่เคยทำสำเร็จมาแล้วโดย

– ทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อลดดอกเบี้ย

– เอารถไปติดแก๊สเพื่อลดค่าน้ำมัน

–  เปลี่ยนเคเบิลเป็นแบบไม่มีค่ารายเดือน

พบว่าช่วยประหยัดได้เยอะมากต่อปี

5. ศึกษาหาทางลดหย่อนภาษีให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นการออมเงินโดยตรง ซึ่งวิธีการต่างๆก็มีมากมาย ได้แก่ ประกันชีวิต กองทุน LTF/RMF ดอกเบี้ยบ้าน เครดิตภาษีหุ้นปันผลซึ่งสามารถจ่ายภาษีจริงน้อยกว่าครึ่งของภาษีที่คำนวณได้

6. เรียนรู้ที่จะออมเงินในรูปแบบอื่นนอกจากฝากเงินกับธนาคาร ด้วยวิธีการต่างๆเหล่านี้ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ กองทุนรวมตราสารหนี้ และประกันชีวิต เพราะผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น ผมออมเงินไว้หลากหลายรูปแบบประมาณ 40% ของสินทรัพย์สุทธิ

7. ศึกษาวิธีการลงทุนเพื่อให้มีรายได้เสริม และสามารถช่วยต่อยอดเป็นรายได้หลักในอนาคต เช่น ลงทุนในหุ้น กองทุนรวมตราสารทุน ทอง คอนโด และขายของออนไลน์  และก่อนการลงทุนต้องศึกษาให้รู้จริงและดูว่ารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน

8. จับเสือมือเปล่าโดยเรียนรู้การลงทุนโดยใช้เงินคนอื่น เช่นการกู้เงินซื้อคอนโด เพราะเราจะได้กำไรมากจากเงินลงทุนน้อย เช่น ลงทุนคอนโด ซื้อไว้เมื่อ 3 ปีก่อนราคา 1.8 ล้านบาทโดย ใช้เงินตนเอง 2 แสนบาทที่เหลือกู้ธนาคารผ่อนจ่ายเดือนละ 1 หมื่นบาท ปล่อยเช่ามาตลอดได้เดือนละ 1.3 หมื่นบาท ราคาตลาดปัจจุบันที่ขายกันในเว็บไซต์ราคา 2.6 ล้านบาท  ถ้าขายไปจะได้กำไร 9 แสนบาทเท่ากับ 450% จากเงินลงทุนจริง เป็นต้น

อาชีพมนุษย์เงินเดือนเป็นอาชีพของคนส่วนใหญ่ในประเทศ มีรายได้มั่นคงแต่น้อยคนนักที่พบกับอิสรภาพทางการเงิน ลองนำแนวคิดต่างๆเหล่านี้ไปปรับใช้ โดยมีวางเป้าหมายส่วนตัวอยากมีอิสรภาพทางการเงินอายุไม่เกิน 40-45 ปี และมีทรัพย์สินที่สร้างรายได้เพียงพอตลอดทั้งชีวิต