EN  |  TH

นักศึกษาจบใหม่ควรปรับตัวอย่างไรเมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน

0

ช่วงเดือนมีนาคมนี้เป็นช่วงที่ #MissCareer นึกถึงความรู้สึกของตัวเองเมื่อเรียนจบปริญญาตรีเป็นบัณฑิตใหม่ ต่อไปนี้จะไม่ต้องท่องหนังสือไม่ต้องสอบไม่ต้องทำรายงานอีกแล้ว เขียนถึงตรงนี้ก็ขอบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ว่าคงเป็นเดือนมีนาคมปีสุดท้ายก่อนที่ภาคการเรียนอุดมศึกษาของประเทศไทยจะปรับเปลี่ยนไปเพื่อรองรับการเข้าสู่ AEC (ASEAN Economy Community) ในปี 2558 แต่ดีใจไม่นานก็เริ่มเครียดเมื่อเห็นเพื่อนๆเริ่มหางานสมัครงาน บางคนไปสัมภาษณ์ที่สองที่ เพื่อนที่ไปฝึกงานหรือสหกิจศึกษาสมัยนี้ เกือบทุกคนได้งานทำในที่ๆไปฝึกงานเลย Miss Career ทำโปรเจคเลยเหมือนต้องเริ่มต้นตั้งแต่จุดแรกของการหางานคืออ่านประกาศงาน เขียน resume ทำสำเนาหลักฐานการสมัครงานไว้เยอะๆจะได้พร้อมส่งไปสมัครงาน รอโทรศัพท์ติดต่อกลับจากบริษัทที่ส่งจดหมายไปสมัครงานอย่างใจจดใจจ่อเป็นเวลากว่าสามเดือน ชีวิตการหางานหลังเรียนจบปริญญาตรีไม่ง่ายอย่างที่คิดแม้ว่าเกรดเราจะดีจบจากมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ตอนนี้พอย้อนกลับไปวิเคราะห์ตัวเองก็พบว่าบุคลิกภาพ และการตอบคำถามสัมภาษณ์นี่แหละที่เราพลาดมากๆ ฉะนั้นน้องๆที่เริ่มหางานกลับไปอ่านบทความที่แนะนำไว้นะคะทุกอย่างยังใช้ได้ถึงตอนนี้

นักศึกษาจบใหม่ทำงาน 2

เรื่องต่อไปที่หนุ่มสาวเริ่มทำงานครั้งแรกทุกคนต้องเจอคือการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่าออฟฟิซ ผู้คนที่หลากหลาย ต่างวัย ไม่รู้จักใครเลย จะวางตัวอย่างไร? โดยเฉพาะในปีแรกซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญเพราะเป็นช่วงที่ต้องปรับตัวมากๆจากปัจจัยหลายๆอย่าง 

มหาวิทยาลัย v.s. ออฟฟิซ

มหาวิทยาลัย

ออฟฟิซ

เพื่อนๆอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ความสนใจใกล้เคียงกัน เพื่อนร่วมงานมีอายุหลากหลาย ความสนใจต่างกัน
มีข้อสอบวัดความสามารถเป็นระยะๆ และให้เกรดชัดเจน ไม่มีข้อสอบ ระยะการประเมินการทำงานไม่ถี่
มีหลักสูตรและคอร์สที่กำหนดให้เรียนชัดเจนเพื่อให้จบ ไม่มีหลักสูตรการเรียนชัดเจน
เปลี่ยนแปลงใหญ่ๆน้อยครั้ง เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ธุรกิจไม่สามารถคาดเดาได้
ตารางเวลายืดหยุ่น ตารางเวลาชัดเจน
มีเวลาพักเบรคบ่อย และมีช่วงวันหยุดยาว มีเวลาพักและวันหยุดจำกัด
ข้อสอบเป็นสิ่งท้าทาย สภาพแวดล้อมและเพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งท้าทาย
ได้เกรดตามความสามารถ ต้องการการปฏิบัติงานที่ดีที่สุดจากพนักงานเสมอ
เน้นเรื่องความรู้การพัฒนาตัวเอง เน้นเรื่องผลลัพธ์ที่องค์กรได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่
พยายามค้นคว้าหาความรู้ พยายามหาผลลัพธ์จากความรู้ที่มี
ความพยายามส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ ความพยายามช่วยงานเป็นทีมเป็นส่วนใหญ่
คำตอบที่ถูกต้องชัดเจน ถูกต้องตามแต่สถานการณ์
ความคิดการกระทำเป็นปัจเจกบุคคล ความคิดการกระทำตามนโยบาย
อาจารย์ เจ้านาย / หัวหน้า

จากรั้วการศึกษาสู่โลกแห่งการทำงาน          

น้องใหม่เริ่มทำงานครั้งแรกมีน้อยคนนักที่รู้ว่ากว่าจะก้าวไปสู่ความเป็นมืออาชีพมือโปรนั้น ต้องใช้เวลาในการสะสมความเชื่อใจจากเพื่อนร่วมงานได้รับการมอบหมายความรับผิดชอบหรือโอกาสจากหัวหน้างาน ดังนั้นบางคนอาจตัดสินใจลาออกไปในช่วงไม่กี่เดือนแรก บางคนเปลี่ยนงาน 2-3 ครั้งในปีแรกเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ประวัติการทำงานเสียดูเป็นคนไม่อดทนปรับตัวไม่ได้ นอกเสียจากว่างานที่เราได้เป็นงานสัญญาจ้างเวลาสั้นๆนะคะแบบนี้ไมนับค่ะนอกจากออกงานระหว่างสัญญา

น้องจบใหม่เข้าทำงานจะมีช่วงเวลาพิเศษที่พี่ๆเค้าอลุ่มอล่วยให้เพราะถือว่าเพิ่งจบ จะนานอยู่แค่สามเดือนแหละคะความเอ็นดูก็จะเปลี่ยนไปเป็นความรำคาญแล้วถ้าน้องยังปฏิบัติตามสิ่งที่คาดหวังไม่ได้ ดังนั้นช่วงแรกนี้ต้องรีบสังเกต ขอคำแนะนำหรือถามทันทีเมื่อมีข้อสงสัย รีบแก้ไขเมื่อผิดแล้วพยายามไม่ให้เกิดอีก ปฏิบัติตามระเบียบของบริษัทนี่คือกฏพื้นฐานเลยค่ะที่น้องทำงานใหม่ควรทำเพื่อแสดงว่าตัวน้องเป็นพนักงานที่มีคุณค่า มีศักยภาพความสามารถในการทำงานและความเป็นผู้ใหญ่

นักศึกษาจบใหม่ทำงาน 3

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการทำงานครั้งแรกของนักศึกษาจบใหม่คืออะไร?

ความจริงแล้วนายจ้างหรือหัวหน้างานของน้องจบใหม่เพิ่งเริ่มงานแรกไม่ได้กังวลถึงความสามารถในการทำงานของน้องมากนักเพราะนั่นเป็นทักษะงานโดยตรงที่น้องต้องพยายามทำให้ได้อยู่แล้ว สิ่งที่นายจ้างต้องการเห็นจากเด็กจบใหม่ทำงานมากๆคือทักษะด้าน soft skill เช่นการเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ ทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ การเต็มใจช่วยเหลืองานที่นอกเหนือไปจากหน้าที่ สรุปแล้วคือความสามารถในการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

นักศึกษาจบใหม่ทำงาน 4

6 ข้อแนะนำที่จะช่วยให้นักศึกษาจบใหม่ก้าวสู่โลกการทำงานได้ดี

  1. ปรับทัศนคติ: เปิดใจกว้ขใางพร้อมเรียนรู้ พร้อมเปลี่ยนแปลง เคารพนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ มีทัศนคติด้านบวก
  2. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี : เป็นสิ่งที่ช่วยให้การทำงานเป็นทีมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เป็นผู้ตามที่ดี: เพิ่งเข้าใหม่ทำตามไปก่อน จนกว่าเราจะเข้าใจอย่างถ่องแท้
  4. เข้าใจวัฒนธรรมองค์กร และปฏิบัติตามที่องค์กรคาดหวัง
  5. เข้าใจบทบาทหน้าที่การงานและทำให้ดีที่สุด
  6. พัฒนาการทำงานอยู่ตลอดเวลา

โชคดีนะคะน้องใหม่ทุกคน ขอให้งานแรกของน้องเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นมืออาชีพ