EN  |  TH

5 ข้อคิดก่อนเปลี่ยนงานใหม่

0

ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่หลายๆคนคิดจะเปลี่ยนงานใหม่หลังได้รับโบนัสรวมถึงกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ต้นปีที่ทำงานมาแล้วสักระยะหนึ่งก็อาจประเมินสถานการณ์ตัวเองว่าจะอยู่ทำงานต่อที่เดิมหรือจะไปทำงานที่อื่น ดังนั้น Miss Career จึงขอนำเอากระบวนการตัดสินใจก่อนคิดเปลี่ยนงาน 10 ขั้นตอน มาบอกกล่าวเพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจค่ะว่าเปลี่ยนงานใหม่ดีหรือไม่

ถึงเวลาเปลี่ยนงาน?

 

1.    ความพอใจในงานปัจจุบันมีมากแค่ไหน?

รวบรวมดูบันทึกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับงานที่ทำตลอดมาว่ามีแง่มุมไหนที่เราชอบและไม่ชอบกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้บ้าง แง่มุมในการทำงานที่เราควรสำรวจก่อนคิดเปลี่ยนงานนอกจากทางด้านกายภาพเช่นสถานที่ทำงานและรายได้แล้ว สิ่งที่เราต้องวิเคราะห์คิดก่อนเปลี่ยนงานก็คือ

  • เนื้องานโดยตรงว่าชอบหรือไม่? มีความถนัดในงานไหม?
  • เพื่อนร่วมงาน
  • และสุดท้ายวัฒนธรรมองค์กร เช่นถ้าวัฒนธรรมองค์กรเป็นแบบญี่ปุ่นที่ทำงานกันสุดๆ ทำงานเป็นทีม เราปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมนี้ได้หรือไม่?

การรวบรวมบันทึกเราอาจย้อนไปดู timeline ใน Facebook หรือใน LINE ก็ได้นะว่าสถานะเรื่องงานมีไหมที่เราบ่นไป บ่นเรื่องเดียวกันซ้ำซากหรือไม่? ถ้าบ่นๆเพราะแค่อารมณ์ตอนนั้นเองหรือไม่แต่หลังจากนั้นแล้วจบ  ทั้งหมดนี้ก็ต้องวิเคราะห์ด้วยใจเป็นกลางนะคะ

 

2.    ทำแบบทดสอบค้นหาตัวเอง

ก่อนคิดเปลี่ยนงานใหม่ก็ต้องทำการบ้านกับตัวเองมากหน่อยนะคะ เพราะการเปลี่ยนงานควรจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าเดิมเปลี่ยนงานแล้วจะต้องเปลี่ยนกันอีก Resume จะไม่สวยเอานะคะ

What Color Is Your Parachute  โดย Richard Nelson Bolles เป็นหนังสือเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาด้านเลือกงาน การเปลี่ยนอาชีพที่ติดอันดับ Best-selling ของ New York Times  ผลลัพธ์จากการทดสอบอาจเป็นสิ่งที่เจ้าตัวรู้อยู่แล้ว และเป็นการค้นพบตัวเองในด้านใหม่ๆ แต่ขอย้ำว่าแบบทดสอบความถนัดด้านอาชีพนี้ไม่ได้พยากรณ์ความสำเร็จนะคะ เพราะความสำเร็จขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ลองไปหาอ่านที่ร้านหนังสือดูก่อนก็ได้ค่ะ ร้านที่ Miss Career ไปยืนอ่านประจำนานๆก็ร้านหนังสือชื่อญี่ปุ่นที่พารากอน

 

แบบทดสอบด้านอาชีพออนไลน์ฟรีๆคนที่ลองเสริช์ดูจะเห็นแบบทดสอบความพร้อมทางอาชีพฉบับนี้ทำขึ้นโดยอ้างอิงจากทฤษฎีการจำแนกอาชีพตามบุคลิกภาพของ จอห์น แอล ฮอลแลนด์ (John L. Holland) นักจิตวิทยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา  ซึ่งแบ่งบุคลิกภาพออกเป็น 6 แบบ ซึ่งผลทดสอบจะบอกระดับเปอร์เซ็นต์สูงต่ำในแต่ละแบบ Miss Career แนะนำว่าคนที่ทำแบบทดสอบนี้ต้องรู้จักลักษณะอาชีพต่างๆเป็นอย่างดีเพื่อที่จะตอบคำถามให้ตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด ถ้าใครเจอแบบทดสอบที่อื่นๆกรุณาแนะนำมาได้นะคะ

 

 3.    ศึกษาให้มาก ปรึกษาคนที่ใช่ 

ถ้ามีเป้าหมายอาชีพที่ต้องการแล้ว หาข้อมูลสายอาชีพนั้นให้มากขึ้นว่าเส้นทางไปสู่จุดหมายต้องมีทักษะด้านไหน บุคลิกภาพอย่างไรถึงจะทำให้ทำงานนั้นๆได้ดี ในโลกที่เปิดกว้างทางอินเตอร์เน็ทหลายๆคนหาข้อมูลจะเป็นการถามในกระทู้ต่างๆ Miss Career ขอให้ข้อคิดว่าควรวิเคราะห์ข้อมูลนั้นใครเป็นผู้ให้ สำหรับข้อมูลที่น่าเชื่อถือควรเป็นผู้ที่ทำหรือเคยทำและประสบความสำเร็จในหน้าที่

 

ทางเลือกเมื่อเปลี่ยนงาน

 

4.    หาโอกาสพัฒนาทักษะ 

การเปลี่ยนงานที่ประสบการณ์เดิมไม่ได้เชื่อมโยงกับอาชีพใหม่ต้องมีความพยายามหรือลงทุนมากกว่าคนอื่นค่ะไม่ว่าจะเป็นการเรียนเพิ่มเติมและหาประสบการณ์จริง ตัวอย่างจริงที่บริษัทของ Miss Career เองก็มีที่น้องๆที่ทำงาน IT ในบริษัทเรียนมาไม่ตรงสายแต่ได้รับการพิจารณาเพราะมีประสบการณ์ทำงานจริง คือก่อนจบน้องไปทำงานจริงตามร้านซ่อมประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยค่าจ้างที่น้อยมากหรือไม่มีเลยเพราะรู้ว่าวุฒิที่จบมาสู้คนที่จบสายไอทีโดยตรงไม่ได้ สรุปแล้วถ้าพิจารณา 3 ข้อด้านต้นมาแล้วเราอาจต้องมีทั้งการเรียนเพิ่มเติมและหาประสบการณ์ในด้านที่ต้องการค่ะ เหล่านี้จะทำให้ Resume ของเราได้รับโอกาสในการพิจารณามากขึ้น

 

5.    หาทางเลือก

ถ้ายังชอบในอุตสาหกรรมที่ทำงานอยู่ เช่นยังอยู่ในอุตสาหกรรมพัฒนาซอฟต์แวร์แต่ไม่อยากทำงานด้าน Programming แล้วและพบว่าบุคลิกเราชอบที่จะพบเจอคนแปลกหน้าได้คุยกับลูกค้า ดังนั้นยกตัวอย่างนะคะว่าทางเลือกการเปลี่ยนงานอาจเป็น sale engineer ช่วยขายด้านเทคนิค หรือเป็นผู้สรรหาพนักงานด้านไอที หรือเป็นผู้ฝึกอบรมด้านไอที หรือ IT Trainer ของบริษัท ทั้งนี้การคุยปรึกษากับเจ้านายและฝ่ายบุคคลในบริษัทจะเป็นประโยชน์มากค่ะ

 

คิดเยอะๆก่อนเปลี่ยนงานใหม่ ดีกว่าคิดไม่ตกหลังเปลี่ยนงานนะคะ โชคดีค่ะ

โอกาสเปลียนงาน 1