EN  |  TH

“จุดด้อยของคุณคืออะไร” ตอบคำถามสัมภาษณ์งานยอดฮิตนี้อย่างไรให้ผ่าน?

0

คำถามนี้เป็นคำถามสัมภาษณ์งานยอดฮิตคำถามหนึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครงานที่มีประสบการณ์หรือนักศึกษาจบใหม่หางานเป็นต้องเจอ Miss Career เองก็เคยได้รับคำถามๆนี้ทั้งตอนที่ทำงานในเมืองไทยและเมืองนอก การสัมภาษณ์งานเป็นขั้นตอนที่ทั้งผู้สมัครงานและนายจ้างทราบว่าเป็นการกรองคนที่ไม่ใช่ออกไปในขณะเดียวกันก็เป็นการรวบรวมคนที่น่าจะใช่เอาไว้   คำถามยอดฮิตนี้มักจะมาท้ายๆการสัมภาษณ์และฟังดูเหมือนเป็นคำถามหมดมุกหลังจากสัมภาษณ์มาสารพัดเรื่อง แต่จังหวะนี้แหละค่ะที่ผู้สมัครงานเริ่มเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นและตกม้าตายเอาตอนนี้ ดังนั้นอ่านข้อแนะนำ 5 ข้อด้านล่าง เพื่อป็นการเตรียมตัวสัมภาษณ์งานให้แน่นขึ้น

 

1) หาข้อด้อยตัวเองให้เจอ

ถ้าใครยังไม่ทราบให้ลองทบทวนการทำงานกลุ่มที่ผ่านมาว่าเราไม่ถนัดบทบาทไหนมากที่สุดเช่นถ้าจะให้ประสานงานทุกคนเพื่อจัดประชุมละก็ขอไปรวบรวมหาข้อมูลใหดีกว่า ถ้าเป็นแบบนี้เสมอๆจุดด้อยคุณอาจเป็นเรื่องการประสานงานก็ได้นะคะ ผสมผสานไปกับการสอบถามบุคคลที่เป็นกัลยาณมิตรหรือผสมไปกับการทำแบบทดสอบบุคลิกภาพที่มีออกมามากมายในปัจจุบันลองกูเกิ้ลด้วยคำว่า “แบบทดสอบบุคคลิกภาพ” ก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาพอสมควรเว็บที่ให้ทำทดสอบฟรีออนไลน์ก็มี ส่วนใหญ่จะเป็นแบบหาจุดเด่นเราฉะนั้นที่ตรงข้ามกับจุดเด่นล่ะค่ะที่เป็นจุดด้อย

 

คำถามสัมภาษณ์งานยอดฮิต

คำถามสัมภาษณ์สุดคลาสสิก

“จุดด้อยของคุณคืออะไร ??”

 

 

2) ตอบตามจริง แต่

แต่ถ้าข้อด้อยนั้นบังเอิญเป็นคุณสมบัติหลักในงานที่เราไปสมัคร บอกข้อด้อยข้ออื่นดีกว่าไหม? เช่น สมัครงานตำแหน่ง Helpdesk ซึ่งตำแหน่งนี้นอกจากทักษะความรู้ด้านไอทีแล้วคุณสมบัติหลักประการหนึ่งที่ตำแหน่งนี้ควรมีคืิอสื่อสารชัดเจน ชอบอธิบาย ถ้าเราบอกว่าจุดด้อยเราคือเป็นคนพูดน้อย เงียบๆ ก็คงจะไม่ได้ทำงานตำแหน่งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดก่อนจะไปสัมภาษณ์งานควรศึกษาว่าตำแหน่งนั้นๆต้องการคนที่มีคุณสมบัติหลักอะไรบ้าง แล้วเลือกตอบข้อด้อยของเราที่ไม่ขัดกับตำแหน่งงานนั้นๆจะดีกว่า

 

3) พูดถึงวิธีแก้จุดอ่อน

หลังจากที่เราบอกจุดอ่อนของเราไปแล้ว ผู้สัภาษณ์ส่วนมากจะถามต่อค่ะว่า “แล้วคุณมีวิธีแก้ไขอย่างไร” คำตอบที่จะได้คะแนนมากสุดจากผู้สัมภาษณ์คือจุดอ่อนที่เรามีแล้วเราสามารถกำจัดจุดอ่อนนี้ได้แล้วเช่นไปทำงานสายเป็นประจำแต่หลังจากได้คุยกับหัวหน้างานก็เข้าใจว่าการักษาวินัยจะส่งเสริมให้ทำงานอย่างมืออาชีพได้อย่างไร นับแต่นั้นมาก็ไม่เคยมาสายอีกเลยจนได้รับคำชม แต่ทั้งหมดนี้ต้องเป็นความจริงนะคะ

 

4)  อย่าท่องสิ่งที่เตรียมม

เราแนะนำให้คุณเตรียมตัวเพื่รู้แนวคำถามสัมภาษณ์เพื่อหาแนวคำตอบแต่ไม่ได้ให้ท่องคำตอบนะคะ เพราะคำตอบของคุณคงต้องปรับให้เหมาะสมตามบทสนทนากับผู้สัมภาษณ์ เมื่อไรที่ผู้สัมภาษณ์รู้สึกว่าคุณเฟคไม่เป็นธรรมชาติก็จะกลายเป็นปัญหาอีก

 

5) จุดอ่อนควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

จำให้ขึ้นใจนะคะว่าเราไปสัมภาษณ์งานไม่ได้ไปคุยกับเพื่อนหรือจิตแพทย์ ผู้สมัครงานบางคนหลังจากสัมภาษณ์ไปสักพักเริ่มรู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเองกับผู้สัมภาษณ์ ลืมตัวเล่าเรื่องดราม่าส่วนตัวมาเสียเยอะ ขอให้ตระหนักว่าคำถามนี้ผู้สัมภาษณ์อยากทราบจุดอ่อนที่อาจจะกระทบกับการทำงานในหน้าที่และทีมงาน

 

6) อย่าพูดว่าคุณเป็นคนทำงานหนัก

“ข้อด้อยของผมคือผมเป็นคนทำงานจนหาเวลาว่างไม่ค่อยได้”

ได้ยินบ่อยค่ะแล้วก็ไม่ค่อยเชื่อด้วยจนกว่าผู้สมัครจะมีหลักฐานสนันสนุน ขอให้คิดว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ท้าทายว่าเราผ่านอุปสรรคการทำงานมาได้อย่างไร เช่นตอนทำงานผมสังเกตได้ว่าผมมักทำงานแบบฉุกละหุกบ่อยๆ ผมจึงแก้ปัญหานี้ด้วยการวางแผนการทำงานในแต่ละอาทิตย์ล่วงหน้า กรณีที่เป็นนักศึกษาจบใหม่สมัครงานก็น่าจะเป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีมนะคะเอามาแชร์ให้ผู้สัมภาษณ์ฟัง

 

นี่เป็นแนวทางการตอบปัญหาที่น่าประทับใจตรงประเด็น แต่คำตอบของเราต้องเป็นความจริงนะคะ โชคดีค่ะ ^^